รีเซต

ผลการค้นหา “ �� ���� �� rbq651.top �� �ٴ��̾߱��� �� �߸��� ���� ���� �� ������ ��� �� �����Ӱ��� �� ������������ �� �ٴٽ�2 �ٿ�ε� �� ���� �� ����” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
Event 2
ดู

Event 2

โพรเทคส์แป้งเย็น 280 กรัม x 2 (สูตรที่ร่วมรายการ)
สิทธิพิเศษ

โพรเทคส์แป้งเย็น 280 กรัม x 2 (สูตรที่ร่วมรายการ)

ประหยัด ฿17 ที่ ลดจัดหนักสุขจัดเต็ม@โลตัส ประหยัด 17.- โพรเทคส์แป้งเย็น 280 กรัม x 2 (สูตรที่ร่วมรายการ) เพียง 102.- ปกติ 119.- ใช้ 1 ทรูพอยท์ เงื่อนไขกิจกรรม1) ระยะเวลาร่วมกิจกรรม ตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน - 22 กรกฎาคม 25692) ผู้ใช้บริการสามารถใช้ 1 ทรูพอยท์ แลกรับคูปองส่วนลดสำหรับสินค้าที่ร่วมรายการ 1 ชิ้น (นับเป็น 1 สิทธิ์)3) จำกัดการแลก สูงสุด 3 สิทธิ์ / บัตรประชาชน /รอบรายการสินค้า (แลกได้ทุกสินค้าที่ร่วมรายการในรอบที่กำหนด)4) กรุณานำคูปองส่วนลดที่ได้จากการกดรับสิทธิ์แสดงต่อพนักงานแคชเชียร์โลตัสก่อนการชำระเงินค่าสินค้า 5) สิทธิพิเศษนี้ สามารถใช้ได้ที่โลตัส และโลตัส โก เฟรช สาขาที่ร่วมรายการเท่านั้น6) ผู้ใช้บริการใช้คูปองส่วนลด บวกเงินเพื่อชำระค่าสินค้า ณ เคาน์เตอร์ชำระเงินโลตัสสาขาที่ร่วมรายการ7) สินค้ามีจำนวนจำกัด และมีจำนวนแตกต่างไปตามแต่ละสาขา8) สามารถแลกคูปอง และใช้ได้ในระยะเวลาที่กำหนด หากเกินกำหนดไม่สามารถขอคืนทรูพอยท์ หรือเปลี่ยนเป็นเงินได้ทุกกรณี9) บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการส่งเสริมการขายโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าในกรณีเกิดความผิดพลาดจากระบบทางเทคนิค สินค้าขาด หรือสินค้าหมดก่อนกำหนด10) หากลูกค้ากดแลกสิทธิ์แล้ว ขอสงวนสิทธิ์การคืนทรูพอยท์ทุกกรณี11) บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการจัด ดำเนินการ ปรับ เปลี่ยน กำหนดการแผนการใด ๆ ภายใต้รายละเอียดข้างต้น ได้ตามที่บริษัทเห็นสมควรโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า12) การตัดสินของบริษัทถือเป็นที่สิ้นสุดและยุติ13) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อทรู คอลเซ็นเตอร์ 124214) หมดเขตแลก และ ใช้คูปองบนมือถือ วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 เท่านั้น

KGI คัด 3 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน
อ่าน

KGI คัด 3 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน

#ทันหุ้น - บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) คัด 3 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน ได้แก่ BAM ให้เป้าพื้นฐาน 7.5 บาท โดย 1) ประเมินราคาหุ้นเริ่มฟื้นตัว ทดสอบแนวต้านค่าเฉลี่ย 200 วันและปิดแก๊ปราคา ประเมินแนวรับ 6.7 บาท / แนวต้าน 6.85 – 6.95 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ ประเมินแนวต้านถัดไป 7.15 – 7.35 บาท (Stop loss 6.5 บาท) 2) ประเมิน Sentiment บวกทั้งต้นทุนเงินทุนลดลงและยอดขายบ้านมือสองที่เร่งตัวแซงบ้านใหม่ เราประเมินแนวโน้มอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่มีแนวโน้มลดลงตามทิศทางเงินเฟ้อจะหนุน Sentiment บวกต่อต้นทุนเงินทุนของ BAM* ที่จะลดลง ขณะที่ยอดขายบ้านมือสองเร่งตัวแซงบ้านใหม่เป็นอีกปัจจัยหนุน … ลุ้นการเตรียมเปิดตัว JV กับธนาคารเร็วๆนี้ 1 แห่ง 3) Valuation ถูก PBV 0.49 เท่า (เท่ากับ - 1 SD) และ Dividend yield 6.8%หุ้น CPN ให้เป้าพื้นฐาน 78 บาท โดย 1) ประเมินแนวโน้มราคาฟื้นตัว มีโอกาสทดสอบจุดสูงเดิม (ก่อนสงครามตะวันออกกลาง) ประเมินแนวรับ 66.5 บาท / แนวต้าน 67.75 – 68.75 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป 70.5 บาท (Stop loss 64.75 บาท) 2) ประเมินแนวโน้มกำไร 2Q69 โต YoY และ 2H69 โตต่อ คาดการท่องเที่ยว การบริโภคฟื้น ฝ่ายวิจัยฯประเมินเบื้องต้นคาดแนวโน้มกำไร 2Q69 จะโต YoY จากการเปิดศูนย์การค้าใหม่ที่ จ.ขอนแก่น และการทยอยโอนโครงการ Dusit residence ขณะที่เราประเมินมาตรการกระตุ้นภาครัฐฯ ช่วยหนุนการบริโภคในประเทศให้ฟื้นตัวใน 3Q69 รวมทั้งการท่องเที่ยวที่คาดจะฟื้นตัวเด่นใน 2H69 โดยเฉพาะ 4Q69 ที่ประเทศไทยจะมีการจัดงานอีเว้นท์ขนาดใหญ่จำนวนมากหลายงานหนุนการท่องเที่ยวและการบริโภค 3) Valuation ยังมี Upside Forward PE 14.8 เท่า (ใกล้ -1 SD ที่ 14.2 เท่า) Dividend yield 3.7% ต่อปีหุ้น CPALL ให้เป้าพื้นฐาน 59 บาท โดย 1) ประเมินราคาหุ้นฟื้นตัว ยืนเหนือค่าเฉลี่ย 200 วัน ประเมินแนวรับ 47.75 บาท / แนวต้าน 49.5 – 50.25 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 52 บาท (Stop loss 46 บาท) 2) ประเมินราคา Laggard ขณะที่ประเมินเศรษฐกิจในประเทศเริ่มฟื้นตัว เราประเมินราคาหุ้น CPALL* ฟื้นตัวช้า ยังต่ำกว่าก่อนเกิดเหตุสงครามตะวันออกกลาง ขณะที่คาดแนวโน้มเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวใน 3Q-4Q หลังสถานการณ์สงครามผ่อนคลายลง (แรงกดดันจากเงินเฟ้อลดลง) และการท่องเที่ยวฟื้นตัวเด่น โดยเฉพาะใน 4Q69 (มีงานอีเว้นท์ขนาดใหญ่จำนวนมาก) หนุนการบริโภคในประเทศ 3) Valuation ถูก Forward PE เพียง +/-14.7 เท่า (ต่ำกว่า -1 SD ที่ +/-19 เท่า) PBV 2.9 เท่า เป็นกรอบต่ำสุดตั้งแต่ IPO Dividend yield 3.7%

JR วางเกมใหญ่โค้งหลัง บิ๊กดีลสถานีไฟฟ้าย่อย
อ่าน

JR วางเกมใหญ่โค้งหลัง บิ๊กดีลสถานีไฟฟ้าย่อย

#JR #ทันหุ้น - JR ดีลงาน Substation โรงไฟฟ้าพลังงานลมจากภาคเอกชนขนาดกำลังผลิตรวม 180 เมกะวัตต์ ต่อยอดธุรกิจ คาดชัดเจนช่วง Q3/2569 ชี้หากลุล่วงหนุน Backlog เพิ่มต่อเนื่อง จากเดิมราว 6 พันล้านบาท รับรู้ไม่ต่ำกว่า 2 ปี แย้มครึ่งหลังปี 2569 งานเรียงคิวบุ๊กอื้อ บอสใหญ่ “จรัญ วิวัฒน์เจษฎาวุฒิ“ ตอกย้ำฐานการเงินแกร่ง ชูแคชโฟลว์เพียบ               นายจรัญ วิวัฒน์เจษฎาวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ.อาร์.ดับเบิ้ลยู. ยูทิลิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ JR เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจารับงานทางด้านการวางระบบโครงข่ายสถานีไฟฟ้าย่อย (Substation) สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมจากภาคเอกชน จำนวน 2 โครงการ  ขนาดกำลังไฟฟ้า 90 เมกะวัตต์ (MW) ต่อโครงการ หรือคิดเป็นกำลังรวม 180 เมกะวัตต์  เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและสนับสนุนการเติบโตของบริษัทในอนาคต ซึ่งคาดน่าจะได้เห็นความชัดเจนเกี่ยวกับรายละเอียดต่างๆ ในช่วงไตรมาส 3/2569 งานทะลักครึ่งหลังแจ่ม ทั้งนี้้ หากการเจรจารับงานในส่วนดังกล่าวสำเร็จตามที่วางไว้ ประเมินว่าคงจะกลายเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนให้ตัวเลขงานในมือ (Backlog) ปรับตัวเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันราว 6 พันล้านบาท ซึ่งกระจายในโครงการทั้งภาคเอกชนและหน่วยงานราชการ โดยน่าจะสามารถส่งมอบและรับรู้รายได้ต่างๆ ได้ต่อเนื่องไปอีกเป็นระยะเวลาประมาณ 2 ปี 6 เดือนนับจากนี้ ขณะที่แนวโน้มผลงานในครึ่งหลังปี 2569 ทาง JR ประเมินว่าน่าจะปรับตัวดีต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับครึ่งแรกปีเดียวกัน เนื่องจากบริษัทมี Backlog ที่รอส่งมอบที่มีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้น รวมทั้งบริษัทยังมีโอกาสได้รับโครงการใหม่ๆ เข้ามาในช่วงที่เหลือในปีนี้ตอกย้ำฐานะการเงินปึ้ก อย่างไรก็ดี ภาพรวมธุรกิจในปี 2569 บริษัทยังคงประมาณการรายได้เพิ่มขึ้น 10-15% เมื่อเทียบกับปี 2568 เพราะบริษัทมีงานในมือที่รอรับรู้ค่อนข้างมาก รวมทั้งยังมีโอกาสได้รับโครงการใหม่ๆ เข้ามาในช่วงที่เหลือปีนี้เพิ่มเติมทั้งในส่วนของโครงการทางภาคเอกชนและเกี่ยวข้องกับหน่วยงานราชการ ซึ่งควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพ นายจรัญ กล่าวเสริมในแง่ฐานะทางการเงินของ JR ในปัจจุบันถือว่าแข็งแกร่ง โดยมีกระแสเงินสดหรือเทียบเท่า (แคชโฟลว์) อยู่ที่กว่า 200 ล้านบาท และมีหนี้สินที่มีภาระ ดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E Ratio) อยู่ในระดับที่ต่ำเพียง 0.3 เท่า ดังนั้นจึงทำให้บริษัทมีความพร้อมในการเข้าร่วมประมูลและรับงานโครงการใหม่ๆ ในลักษณะต่างๆ ได้เป็นอย่างดีคุมเข้มต้นทุนสกัดความเสี่ยง นอกจากนี้ จากโครงสร้างทางเงินที่ดีของบริษัท จึงทำให้บริษัทสามารถดำเนินการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการได้เป็นอย่างดี ทั้งในส่วนของราคาอุปกรณ์และวัสดุต่างๆ แม้ช่วงที่ผ่านมาราคาของต้นทุนดังกล่าวจะขยับสูง แต่บริษัทได้มีการดำเนินกลยุทธ์อย่างรัดกุมและรอบคอบ โดยได้ดำเนินการการเจรจากับซัพพลายเออร์เพื่อล็อกราคาไว้ล่วงหน้าแล้วสำหรับโครงการที่บริษัทได้รับการคัดเลือก และเบื้องต้นยังคงแนวทางส่วนนี้ต่อไปสำหรับโครงการใหม่ในอนาคตต่อไป                    ขณะเดียวทางบริษัทได้มีการปรับแนวทางการดำเนินงานให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน  และให้น้ำหนักกับงานโครงการจากลูกค้าที่มีศักยภาพ เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต (เดิมจากมีรับงานจากลูกค้าหลากหลายกลุ่ม) อีกทั้งบริษัทมองปัจจัยดังกล่าวน่าจะช่วยเป็นแรงสนับสนุนการเติบโตของบริษัทในระยะยาวอีกหนึ่งด้วย

จำไว้ให้ดี...ถ้าเห็นแสงสีแดง "อ ย่ า ข ยั บ" | 10 Minutes Down

จำไว้ให้ดี...ถ้าเห็นแสงสีแดง "อ ย่ า ข ยั บ" | 10 Minutes Down

10 Minutes Down | https://anoverthinker.itch.io/10minutesdown สมัครเป็น "แฟนตัวกลม" | https://www.youtube.com/channel/UC705OZcYT8ysriJ93eiQVeg/join โดเนทให้นายน็อตตัวกลม | https://tipme.in.th/notto-nbk สนับสนุนค่าโกโก้ป๋าน็อต | Super Thanks , Super Chat , Super Stickers ช่องทางการติดต่อ ติ๊กต็อก | https://www.tiktok.com/@nottonbk แฟนเพจ | https://www.facebook.com/NottoNBK/ กลุ่ม ดินแดนของป๋าน็อต | https://www.facebook.com/groups/2059358350800958 อีเมล | nanobreakch@gmail.com ::: สนใจติดต่อโฆษณาหรือสปอนเซอร์ ::: ⭐ ติดต่อทีมงาน Online Station ⭐ Email | os.influencer@truedigital.com ใครที่ทำช่อง Youtube และสนใจเข้าสังกัด Online Station สมัครได้ที่นี่ : https://caster.online-station.net/​​​ Online Station ช่วยให้ช่องคุณเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีรายได้เพิ่มมากขึ้น มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว OS Caster กันนะครับ 🖥️ Notty's Machine Specification Mainboard | ROG Strix Z790-F Gaming WIFI CPU | Intel i9 13900K GPU | Nvidia RTX 4090 RAM | Corsair Vengeance DDR5 Bus 5600 Mhz SSD | Samsung 980 Pro 1TB PSU | Thermaltake Toughpower GF3 1350W Gold AIO | NZXT Kraken X73 RGB CASE | NZXT H7 Flow Black #NottoNBK #10MinutesDown #แสงแดงแห่งความตาย

iQIYI VIP 30 วัน 69.- ใช้ 29 ทรูพอยท์ (ปกติ 59 ทรูพอยท์)
สิทธิพิเศษ

iQIYI VIP 30 วัน 69.- ใช้ 29 ทรูพอยท์ (ปกติ 59 ทรูพอยท์)

ลูกค้าทรูใช้ทรูพอยท์ 29 คะแนน (ปกติ 59 คะแนน)แลกซื้อแพ็กเกจ iQIYI VIP 30 วัน 69.-สามารถใช้สิทธิได้ที่ https://myaccount.trueid.net/th/promocodes เงื่อนไข 1. ลูกค้านำรหัสคูปองจากสิทธิพิเศษ iQIYI VIP package นาน 30 วัน (ปกติราคา 119.-) มาลงทะเบียน TrueID ที่ link ที่กำหนด (https://myaccount.trueid.net/th/promocodes ) และ ลูกค้าสามารถรับชมแพ็กเกจดังกล่าวที่ iQIYI Application โดยการ log in ผ่าน TrueID (กดที่โลโก้ TrueID)2. ในกรณีที่มีการกดรหัสแล้วไม่ได้นำไปใช้ภายในระยะเวลา ไม่ว่ากรณีใดๆ ทาง บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี3. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้4. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้5. สิทธิพิเศษมีจำนวนจำกัด6. ค่าบริการรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม7. ความเร็วสูงสุดจะขึ้นอยู่กับพื้นที่การให้บริการและจำนวนผู้ใช้บริการในขณะนั้น8. ไม่อนุญาตให้ใช้งานในเชิงพาณิชย์, บิททอร์เรนต์, ฮอตสปอต หรือการรับส่งไฟล์ที่อาจส่งผลกระทบต่อการใช้งานโดยรวม9. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงการเสนอขายได้ตามสมควร10. กรณีลูกค้าทรู สงวนสิทธิ์ลูกค้า 1 Thai ID /1 สิทธิ์ /1 เดือน11. รับชมได้สูงสุด 2 อุปกรณ์ต่อ 1 บัญชี12. ไม่สามารถสมัครแพ็กเกจเสริมซ้ำ กรณีมีแพ็กเกจ iQIYI VIP ผ่าน TrueID อยู่แล้ว13. ลูกค้าสามารถเช็คระยะเวลาของ VIP ได้ในหมวด "สมาชิกของฉัน" บนแอปพลิเคชัน iQIYI หรือ iQ.com14. แอปพลิเคชันรองรับระบบปฏิบัติการ Android 5 และ iOS version 11 ขึ้นไป15. สิทธิ์การใช้งานและอัตราค่าบริการที่กำหนด สำหรับการใช้งานภายในประเทศเท่านั้น และไม่ให้ใช้ในเชิงพาณิชย์หรือมีผลกระทบต่อผู้ใช้บริการรายอื่น

เบลเยียม VS อียิปต์ : พรีวิว ฟุตบอลโลก 2026
อ่าน

เบลเยียม VS อียิปต์ : พรีวิว ฟุตบอลโลก 2026

วิเคราะห์บอล : เบลเยียม VS อียิปต์ รายการ : ฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม G นัดแรก แมตช์การแข่งขัน : ทีมชาติเบลเยียม VS ทีมชาติอียิปต์ วัน/เวลาแข่งขัน : วันอังคารที่ 16 มิถุนายน 2569 เวลา 02.00 น. สนาม : ซีแอตเทิล สเตเดี้ยม ฟอร์มการเล่น 5 นัดหลังสุด เบลเยียม 06/06/26 ชนะ ตูนิเซีย 5-0 (สนามกลาง) กระชับมิตร 02/06/26 ชนะ โครเอเชีย 2-0 (สนามกลาง) กระชับมิตร 01/04/26 เสมอ เม็กซิโก 1-1 (เยือน) กระชับมิตร 09/03/26 ชนะ สหรัฐอเมริกา 5-2 (เยือน) กระชับมิตร 19/11/25 ชนะ ลิกเตนสไตน์ 7-0 (เหย้า) ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก อียิปต์ 07/06/26 แพ้ บราซิล 1-2 (สนามกลาง) กระชับมิตร 29/05/26 ชนะ รัสเซีย 1-0 (เหย้า) กระชับมิตร 01/04/26 เสมอ สเปน 0-0 (เยือน) กระชับมิตร 28/03/26 ชนะ ซาอุดีอาระเบีย 4-0 (เยือน) กระชับมิตร 17/0126 เสมอ ไนจีเรีย 0-0 (สนามกลาง) แอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์ ผลงานการพบกันของทั้งสองทีม 19/11/22 อียิปต์ 2-1 เบลเยียม (กระชับมิตร) 06/06/18 เบลเยียม 3-0 อียิปต์ (กระชับมิตร) 09/02/05 อียิปต์ 4-0 เบลเยียม (กระชับมิตร) 30/03/99 เบลเยียม 0-1 อียิปต์ (กระชับมิตร) บทวิเคราะห์ เบลเยียม ชุดลุยศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้ เต็มไปด้วยตัวเก๋าๆ หลายคน นำทัพมาโดย เควิน เดอ บรอยน์, เลอันโดร ทรอสซาร์, ยูริ ตีเลอมันส์ รวมทั้งตัวสดๆ อย่าง เฌเรมี่ โดกู และ ชาร์ลส์ เดอ เคเตลาเร่ ส่วนฟอร์มการเล่นช่วงที่ผ่านมาก็ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว ทำให้เกมนี้พวกเขามั่นใจว่าจะได้สามแต้ม ด้าน อียิปต์ เป็นทีมที่เน้นทีมเวิร์ก ดาวดังของทีมอาจจะมีไม่มาก ทว่าห้ามประมาทพวกเขาเลยทีเดียว เพราะอย่าลืมว่ามี โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เป็นตัวแบกของทีม รวมทั้ง โอมาร์ มาร์มูช และ มาห์มูด เทรเซเกต์ ที่พร้อมจะเป็นตัวทีเด็ด ทว่าฟอร์มการเล่นช่วงที่ผ่านมา ไม่ค่อยสม่ำเสมอเท่าไหร่ หากเทียบความพร้อม ศักยภาพทีมโดยรวม ฟอร์มการเล่นล่าสุด รวมทั้งชื่อชั้น มองว่า เบลเยียม ยังดูเหนือกว่า ดูแล้วครบเครื่องในหลายๆ ตำแหน่ง ฝั่ง อียิปต์ ยังต้องฝากความหวังไว้ที่ ซาลาห์ และ มาร์มูช หากบดเบียดกันไปเรื่อยๆ ดูแล้ว ไม่น่าจะต้านไหว ยังเชื่อว่า ทัพ "ปีศาจแดงดำแห่งยุโรป" น่าจะอาศัดยเกมรุกที่หลากหลายกว่า เบียดเอาชนะไปได้ในท้ายที่สุด คว้าสามแต้มได้สำเร็จ สกอร์ที่คาด เบลเยียม 2-0 อียิปต์ ข่าวที่เกี่ยวข้อง โปรแกรมบอลโลก 2026 ครบทุกคู่ ตารางแข่งฟุตบอลโลก 2026 บอลโลกวันนี้ โปรแกรมบอลวันนี้ ตารางบอลวันนี้ พร้อมลิ้งก์ดูบอลสด สรุปผลบอล ผลบอลเมื่อคืน เช็กผลบอล ผลบอลสดวันนี้

WeTV VIP 30 วัน 59.- ใช้ 29 ทรูพอยท์ (ปกติ 59 ทรูพอยท์)
สิทธิพิเศษ

WeTV VIP 30 วัน 59.- ใช้ 29 ทรูพอยท์ (ปกติ 59 ทรูพอยท์)

ลูกค้าทรูใช้ทรูพอยท์ 29 คะแนน (ปกติ 59 คะแนน)แลกซื้อแพ็กเกจ WeTV VIP 30 วัน 59.-สามารถใช้สิทธิได้ที่ https://myaccount.trueid.net/th/promocodes เงื่อนไข 1. ลูกค้านำรหัสคูปองจากสิทธิพิเศษ WeTV VIP package นาน 30 วัน (ปกติราคา 129.-) มาลงทะเบียน TrueID ที่ link ที่กำหนด (https://myaccount.trueid.net/th/promocodes ) และ ลูกค้าสามารถรับชมแพ็กเกจดังกล่าวที่ WeTV Application โดยการ log in ผ่าน TrueID (กดที่โลโก้ TrueID)2. ในกรณีที่มีการกดรหัสแล้วไม่ได้นำไปใช้ภายในระยะเวลา ไม่ว่ากรณีใดๆ ทาง บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี3. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้4. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้5. สิทธิพิเศษมีจำนวนจำกัด6. ค่าบริการรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม7. ความเร็วสูงสุดจะขึ้นอยู่กับพื้นที่การให้บริการและจำนวนผู้ใช้บริการในขณะนั้น8. ไม่อนุญาตให้ใช้งานในเชิงพาณิชย์, บิททอร์เรนต์, ฮอตสปอต หรือการรับส่งไฟล์ที่อาจส่งผลกระทบต่อการใช้งานโดยรวม9. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงการเสนอขายได้ตามสมควร10. กรณีลูกค้าทรู สงวนสิทธิ์ลูกค้า 1 Thai ID /1 สิทธิ์ /1 เดือน11. ไม่สามารถสมัครแพ็กเกจเสริมซ้ำ กรณีมีแพ็กเกจ WeTV VIP ผ่าน TrueID อยู่แล้ว12. แอปพลิเคชั่น WeTV รองรับระบบปฏิบัติการ Android 4.4 และ iOS 9.0 ขึ้นไป13. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงและเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

HANA โบรกฯ แนะนำ “ซื้อ” เพิ่มเป้าเป็น 38.50 บาท
อ่าน

HANA โบรกฯ แนะนำ “ซื้อ” เพิ่มเป้าเป็น 38.50 บาท

#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #HANA โบรกฯ แนะนำ “ซื้อ” เพิ่มเป้าเป็น 38.50 บาทบริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ HANA เปิดเผยว่า แนวโน้มการเติบโตจากธุรกิจ AI เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น หลังบริษัทสามารถคว้างานใหม่ด้าน AI เพิ่มเป็น 3 โครงการ จากลูกค้า 2 ราย พร้อมคาดว่าธุรกิจหลักจะเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 และต่อเนื่องเข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของปีฝ่ายบริหารระบุว่า ธุรกิจหลักของบริษัททยอยฟื้นตัวในทุกหน่วยธุรกิจ โดยโรงงานในอยุธยา ลำพูน กัมพูชา และจีนกลับมามีกำไรแล้ว ขณะที่ธุรกิจในสหรัฐยังขาดทุน แม้รายได้เริ่มฟื้นตัว จากการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง อย่างไรก็ตาม คาดว่าสถานการณ์จะดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ส่วน PMS Korea ยังมีแนวโน้มขาดทุนต่อเนื่องในปีนี้นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างพัฒนาผลิตภัณฑ์ SiC สำหรับ Solid-State Transformer (SST) ที่ใช้ใน AI Data Center ซึ่งคาดว่าจะเริ่มสร้างรายได้ตั้งแต่กลางปี 2570 หากการพัฒนาเป็นไปตามแผนHANA ระบุว่า โครงการ AI แรกกับ Phononic สำหรับผลิต PCBA ที่ใช้ในระบบทำความเย็นแบบ Solid-State ได้ติดตั้งสายการผลิตเสร็จแล้ว และคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส 3/2569 ก่อนเร่งตัวชัดเจนในปี 2570ล่าสุด บริษัทได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มเติมจาก Phononic เป็นโครงการที่สอง โดยมีปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจากล็อตแรก ส่งผลให้ต้องติดตั้งเครื่องจักรเพิ่มเติม เพื่อรองรับการผลิตในไตรมาส 1/2570ขณะเดียวกัน HANA ยังได้ลูกค้า AI รายใหม่อีกรายสำหรับผลิต High-Density PCBA ที่ใช้ในอุปกรณ์ Oscilloscope สำหรับทดสอบ 1.6T Transceiver ของ AI Data Center โดยคาดว่าจะเริ่มผลิตได้ในไตรมาส 1/2570 และมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในลูกค้า 5 อันดับแรกของบริษัทภายในปี 2570บล.ฟินันเซีย ไซรัส จึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2570-2571 ขึ้น 11.3% และ 16.2% ตามลำดับ หลังรวมรายได้จากธุรกิจ AI ของ Phononic เข้ามา โดยคาดรายได้ AI จะอยู่ที่ 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2570 และเพิ่มเป็น 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2571 หรือคิดเป็น 5.4% และ 8.7% ของรายได้รวมตามลำดับอย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้รวมรายได้จากลูกค้า AI รายที่สอง เนื่องจากยังต้องติดตามความคืบหน้าการติดตั้งเครื่องจักรเพิ่มเติมบริษัทปรับเพิ่มงบลงทุนปี 2569 อีก 17% สู่ระดับ 2,120 ล้านบาท โดยใช้กระแสเงินสดภายในทั้งหมด ไม่มีแผนกู้ยืมหรือเพิ่มทุนบล.ฟินันเซีย ไซรัส จึงปรับราคาเป้าหมายใหม่เป็น 38.50 บาท จากการอิงประมาณการปี 2570 พร้อมปรับค่า PER เป้าหมายขึ้นเป็น 25 เท่า จากเดิม 23 เท่า เพื่อสะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI ซึ่งมีอัตราการเติบโตสูงขึ้น และยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” แต่มองว่าเป็นการลงทุนเชิงเก็งกำไรตามธีม AI เป็นหลักทั้งนี้ ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ การฟื้นตัวของธุรกิจหลักที่ช้ากว่าคาด ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ความเสี่ยงด้านการขาดแคลนวัตถุดิบ และความล่าช้าของคำสั่งซื้อจากธุรกิจ AI

INSET แย้ม Q2 โตแรงดาต้าเซ็นเตอร์พีค กอดแบ็กล็อก 5 พันล.ดันปี 69 พุ่ง
อ่าน

INSET แย้ม Q2 โตแรงดาต้าเซ็นเตอร์พีค กอดแบ็กล็อก 5 พันล.ดันปี 69 พุ่ง

#ทันหุ้น - บมจ.อินฟราเซท (INSET) ประเมินแนวโน้มผลงานไตรมาส 2/69 เติบโตต่อเนื่อง อานิสงส์ลุยส่งมอบงาน Data Center แน่น ฟากบิ๊กบอส “ศักดิ์บวร พุกกะณะสุต” ระบุ อุตสาหกรรม Data Center กำลังบูม เล็งไทยเป็นศูนย์กลางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และ AI ของภูมิภาค มั่นใจผลงานปี 69 เติบโตก้าวกระโดดจาก Backlog ในมือ 5 พันล้านบาท พร้อมเข้าประมูลงานระดับ Hyperscale เพิ่ม มูลค่า  6,500 ล้านบาท ดันรายได้จ่อทำสถิติสูงสุดใหม่นายศักดิ์บวร พุกกะณะสุต กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินฟราเซท จำกัด (มหาชน) หรือ INSET เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจในช่วงไตรมาส 2/2569 ยังคงมีทิศทางสดใส จากอุตสาหกรรมดิจิทัล เดินหน้าขยายการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์เซอร์วิส มูลค่ากว่า 8 แสนล้านบาท โดยปัจจุบันบริษัทฯมีงานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog)  5,000 ล้านบาท เตรียมทยอยส่งมอบงานตามสัญญาอย่างต่อเนื่อง สนับสนุนผลงานทุกไตรมาสในปี 2569 ให้เติบโตแบบก้าวกระโดดทั้งนี้ บริษัทฯได้รับสัญญาณเชิงบวก จากความต้องการใช้บริการการจัดเก็บข้อมูล บริการคลาวด์ และการประมวลผลที่มีประสิทธิภาพสูงเพิ่มมากขึ้น จึงจำเป็นต้องมีดาต้าเซ็นเตอร์เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก และท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์โลกและกระแสโยกย้ายฐานการผลิต ทำให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทาง ที่นักลงทุนให้ความสนใจและเชื่อมั่นในศักยภาพในการเป็นฐานการลงทุนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งกำลังทำให้ไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และ AI ของภูมิภาคปัจจุบันบริษัทฯ มี (Backlog) 5,000 ล้านบาท ทยอยส่องมอบงานและรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่องได้อีก 1-2 ปี และยังเข้าร่วมประมูลงานดาต้าเซ็นเตอร์ระดับ Hyperscale อีกราว 6,500 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะทยอยประกาศผลเร็วๆนี้กรรมการผู้จัดการ INSET กล่าวอีกว่า กลยุทธ์และแผนธุรกิจ บริษัทฯได้มองเห็นโอกาสและการเติบโตทางธุรกิจ ซึ่งได้เตรียมการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งไว้แล้วในช่วงที่ผ่านมา โดยการขยายทีมวิศวกรและพัฒนาทักษะบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญ พร้อมเตรียมแหล่งเงินทุนสนับสนุนสำหรับโครงการขนาดใหญ่ เพื่อรองรับการเป็นผู้ให้บริการระดับ Hyperscale ทำให้สามารถดำเนินงานได้อย่างมีเสถียรภาพและรับงานเพิ่มได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยกลยุทธ์ดังกล่าว ทำให้บริษัทฯ สามารถเก็บเกี่ยวผลการดำเนินงานได้อย่างเต็มที่อนึ่ง ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในไตรมาส 1/2569 มีกำไรสุทธิ 41.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.10 ล้านบาท หรือ 297% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน มีกำไรสุทธิ 10.46 ล้านบาท และมีรายได้รวม 654 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 356 ล้านบาท หรือ 120% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน มีรายได้รวมอยู่ที่ 298 ล้านบาทปัจจุบัน INSET ประกอบธุรกิจ ได้แก่ 1.ธุรกิจก่อสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) แบบครบวงจร ตั้งแต่วางแผน สำรวจ ออกแบบและก่อสร้าง 2. ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานโครงข่ายโทรคมนาคม และคมนาคมขนส่ง ติดตั้งเสาส่งสัญญาณ วางระบบสายเคเบิลใยแก้วนำแสงและจุดเชื่อมต่อ 3. ธุรกิจซ่อมบำรุงและบริการ (Maintenance Services) ดูแลเชิงป้องกันและแก้ไขปัญหาตลอด 24 ชั่วโมง 4. ธุรกิจซื้อ-ขาย อุปกรณ์โทรคมนาคมและอุปกรณ์ IT 5. ธุรกิจให้บริการแอปพลิเคชัน (Application Service Provider) พัฒนาและให้บริการโซลูชันด้านแอปพลิเคชันสำหรับธุรกิจ

beIN SPORTS 2
ดู

beIN SPORTS 2

สอนศาสตร์ ม.ต้น ติวพร้อมก่อนสอบ 65
ดู

สอนศาสตร์ ม.ต้น ติวพร้อมก่อนสอบ 65

DLTV 2
ดู

DLTV 2

Hana Bank เขย่าวงการคริปโท! เข้าถือหุ้น Dunamu บริษัทแม่ของ Upbit
อ่าน

Hana Bank เขย่าวงการคริปโท! เข้าถือหุ้น Dunamu บริษัทแม่ของ Upbit

#Hana #ทันหุ้น - ข้อมูลจาก The Block ได้ระบุว่า Hana ยักษ์ใหญ่ด้านการธนาคารของเกาหลีใต้ กำลังเข้าซื้อหุ้นมูลค่า 670 ล้านดอลลาร์ในบริษัท Dunamu ซึ่งเป็นบริษัทที่อยู่เบื้องหลัง Upbit แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีชั้นนำในเอกสารรายงานต่อหน่วยงานกำกับดูแลเมื่อวันศุกร์ Hana Bank เปิดเผยว่าธนาคารจะเข้าซื้อหุ้นจำนวน 2.28 ล้านหุ้นใน Dunamu จากบริษัท Kakao Investments ด้วยวงเงิน 1.003 ล้านล้านวอนเกาหลี (ประมาณ 669.2 ล้านดอลลาร์) โดย Hana Bank ใช้เงินทุนคิดเป็น 2.78% ของส่วนของผู้ถือหุ้นของตนเองสำหรับธุรกรรมเงินสดในครั้งนี้การเข้าซื้อกิจการดังกล่าวมีกำหนดจะเกิดขึ้นในวันที่ 15 มิถุนายน ซึ่งจะทำให้ Hana กลายเป็นผู้ถือหุ้นในสัดส่วน 6.55% ของผู้ดำเนินการ Upbit และก้าวขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับที่ 4 ของบริษัทในขณะเดียวกัน เอกสารแยกอีกฉบับหนึ่งจาก Kakao Investments ซึ่งอยู่ภายใต้เครือ Kakao ยักษ์ใหญ่ด้านไอทีในท้องถิ่น ได้ยืนยันการขายหุ้น Dunamu จำนวน 2.28 ล้านหุ้นดังกล่าว โดยธุรกรรมนี้จะทำให้ Kakao เหลือหุ้นจำนวน 1.4 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนการถือหุ้น 4.03% ใน Dunamuสำนักข่าวท้องถิ่น Newsis รายงานว่า การก้าวเข้าสู่ Dunamu ของ Hana ในครั้งนี้ ถือเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาของภาคธนาคารเกาหลีในธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลภูมิทัศน์ที่กำลังเปลี่ยนไป Hana ระบุในเอกสารว่า ธนาคารมีเป้าหมายที่จะ "สร้างความสามารถในการแข่งขันในภูมิทัศน์ทางการเงินรูปแบบใหม่" ผ่านการลงทุนในตราสารทุนเชิงกลยุทธ์Hana Financial Group ซึ่งบันทึกกำไรสุทธิรายปีที่ 4 ล้านล้านวอน (ประมาณ 2.67 พันล้านดอลลาร์) ในปีที่ผ่านมา ได้เริ่มรุกเข้าสู่สินทรัพย์ดิจิทัลผ่านการเป็นพันธมิตรกับบริษัทระดับโลกหลายแห่งเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา บริษัทบัตรเครดิตในเครือของ Hana ได้บรรลุข้อตกลงทางการตลาดที่เกี่ยวข้องกับ USDC ร่วมกับ Circle และ Crypto.com รวมถึงการเป็นพันธมิตรกับ Standard Chartered Group เพื่อร่วมมือในโครงการด้านสินทรัพย์ดิจิทัลต่างๆก่อนหน้านี้ในช่วงต้นปี 2024 Hana Bank และ SK Telecom ยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมในท้องถิ่น ได้ร่วมมือกับ BitGo เพื่อจัดตั้ง BitGo Korea โดยที่ Hana ถือหุ้นในสัดส่วน 25%ในขณะเดียวกัน ปัจจุบัน Dunamu อยู่ในระหว่างกระบวนการควบรวมและเข้าซื้อกิจการกับ Naver Financial ซึ่งเป็นหน่วยงานบริการทางการเงินภายใต้เครือ Naver Group โดยข้อตกลงนี้เมื่อเสร็จสมบูรณ์ คาดว่าจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างองค์กรของ Upbit ภายใต้กลุ่มเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศUpbit ของ Dunamu เป็นแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้ โดยมักจะครองส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 80% ของปริมาณการซื้อขายทั้งหมด ปัจจุบัน Upbit ได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับที่ 3 ในรายชื่อกระดานซื้อขายคริปโตแบบ Spot ชั้นนำของ CoinMarketCap โดยมีปริมาณการซื้อขายมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ในช่วงวันที่ผ่านมาการลงทุนครั้งสำคัญโดยสถาบันการเงินหลักในแพลตฟอร์มคริปโตของเกาหลีใต้นี้ เกิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบในท้องถิ่น โดยสมาชิกสภานิติบัญญัติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งพัฒนากฎระเบียบที่ครอบคลุมสำหรับคริปโตภายใต้ชื่อ "Digital Asset Basic Act" (พระราชบัญญัติพื้นฐานสินทรัพย์ดิจิทัล) ซึ่งรวมถึงแนวทางปฏิบัติสำหรับการดำเนินงานของเหรียญ Stablecoin ในประเทศด้วยที่มา https://www.theblock.co/post/401413/hana-bank-upbit-dunamu

SET Index เช้า 1,498.27 จุด +4.58 จุด (+0.31%)
อ่าน

SET Index เช้า 1,498.27 จุด +4.58 จุด (+0.31%)

#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET Index เช้า 1,498.27 จุด +4.58 จุด (+0.31%)CGSI มองกรอบ SET Index 1,480-1,500 วันนี้จับตา DELTA พ้น Cash Balance และ สถานการณ์ตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลาง หลังจากมีรายงานว่าอิหร่านได้โจมตีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งความวิตกกังวลดังกล่าวได้บดบังแนวโน้มผลประกอบการไตรมาสแรกที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน เรายังเชื่อว่า SET Index (Value play) จะแข็งแกร่งและทนทานกว่าตลาดหุ้นโลก แนะนำ PTTEP MRDIYT• SET Index: เรามองกรอบ SET Index 1,480-1,500 วันนี้จับตา DELTA พ้น Cash Balance และ สถานการณ์ตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลาง หลังจากมีรายงานว่าอิหร่านได้โจมตีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งความวิตกกังวลดังกล่าวได้บดบังแนวโน้มผลประกอบการไตรมาสแรกที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน เรายังเชื่อว่า SET Index (Value play) จะแข็งแกร่งและทนทานกว่าตลาดหุ้นโลกหุ้นแนะนำPTTEP: รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/2026 ที่ 11,835 ล้านบาท สูงกว่าที่คาด โดยได้แรงหนุนจาก ยอดขายที่แข็งแกร่ง, ราคาน้ำมันเหลวที่สูง และต้นทุนต่อหน่วยที่ต่ำเราคาดว่าในไตรมาส 2/2026F PTTEP จะสามารถส่งมอบ ยอดขายและราคาก๊าซที่สูงขึ้นเล็กน้อย (Take profit: 156.50 / Stop loss: 152.00)MRDIYT: รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/2026 ที่ 689 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% yoy โดยได้แรงหนุนจาก ยอดขายที่แข็งแกร่งและการขยาย gross marginแนวโน้มกำไรปี 2026F ยังคงแข็งแกร่ง จาก การขยายสาขาเชิงรุก, การเติบโตของธุรกรรมที่ยืดหยุ่น และความเสี่ยง margin ที่บริหารจัดการได้ (Take profit: 8.95 / Stop loss: 8.45)

ทุบสถิติ! Spot Bitcoin ETF เงินไหลเข้าแรงสุด ท่ามกลางศึกโลก
อ่าน

ทุบสถิติ! Spot Bitcoin ETF เงินไหลเข้าแรงสุด ท่ามกลางศึกโลก

#Bitcoin #ทันหุ้น - ข้อมูลจาก The Block ได้ระบุว่า กองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐอเมริกามรายงานตัวเลขเงินทุนไหลเข้าสุทธิรายสัปดาห์ที่สูงที่สุดนับตั้งแต่กลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา ส่งผลให้กระแสเงินไหลเข้าเป็นบวกติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่สามแล้ว จากข้อมูลของ SoSoValue พบว่า Spot Bitcoin ETF มียอดเงินไหลเข้ามูลค่า 996.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นยอดรวมรายสัปดาห์ที่มากที่สุดนับตั้งแต่สัปดาห์ที่สิ้นสุด ณ วันที่ 16 มกราคม โดยในช่วงสามสัปดาห์ที่ผ่านมา กองทุนเหล่านี้สามารถดึงดูดเงินทุนเข้ามาได้รวมแล้วกว่า 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ กระแสเงินไหลเข้ารายสัปดาห์นำโดยกองทุน IBIT ของ BlackRock ซึ่งเป็นกองทุนบิตคอยน์ที่มีสินทรัพย์สุทธิใหญ่ที่สุด โดยดึงดูดเม็ดเงินไปได้ 906 ล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาดังกล่าว นอกจากนี้ สัปดาห์ที่ผ่านมายังถือเป็นสัปดาห์แรกของการซื้อขายแบบเต็มสัปดาห์สำหรับกองทุน MSBT ของ Morgan Stanley ซึ่งเปิดตัวเมื่อวันที่ 8 เมษายน โดย MSBT มียอดเงินไหลเข้าสุทธิรายสัปดาห์ที่ 71 ล้านดอลลาร์ ทางด้าน Spot Ethereum ETF ก็รายงานตัวเลขเงินทุนไหลเข้าสุทธิรายสัปดาห์ที่สูงที่สุดนับตั้งแต่กลางเดือนมกราคมเช่นกัน โดยมีมูลค่าอยู่ที่ 275.8 ล้านดอลลาร์ ความพยายามสร้างสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน "นักลงทุนสถาบันเชื่อว่าการลดระดับความตึงเครียดอย่างถาวรระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ และส่งผลให้มีการเพิ่มสถานะซื้อ (Long Position) ใน Bitcoin ETF" Jeff Mei ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) ของ BTSE กล่าวกับ The Block ข้อตกลงหยุดยิงระยะเวลาสองสัปดาห์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน มีกำหนดจะสิ้นสุดลงในวันพุธนี้ ท่ามกลางความพยายามอย่างต่อเนื่องในการสร้างสันติภาพระหว่างทั้งสองประเทศ ในขณะที่สถาบันต่างๆ กำลังประเมินถึงความเป็นไปได้ในการยุติความขัดแย้ง รายงานล่าสุดระบุว่าสหรัฐฯ ได้ยึดเรือบรรทุกสินค้าติดธงอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ประกาศก่อนหน้านี้ว่า คณะผู้เจรจาของสหรัฐฯ กำลังเดินทางไปยังกรุงอิสลามาบัด เพื่อความเป็นไปได้ในการเจรจากับอิหร่าน ในขณะที่แหล่งข่าวจากอิหร่านรายงานว่า เจ้าหน้าที่ของตนจะไม่เข้าร่วมการเจรจาสันติภาพ เว้นแต่สหรัฐฯ จะยกเลิกการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดที่ดูเหมือนจะกลับมาคุโชนอีกครั้งในตะวันออกกลาง ราคาบิตคอยน์ปรับตัวลดลง 0.25% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา สู่ระดับ 75,006 ดอลลาร์ ขณะที่อีเธอร์ (Ether) ลดลง 0.6% อยู่ที่ 2,301 ดอลลาร์ ตามข้อมูลจากหน้าราคาคริปโตของ The Block Mei จาก BTSE กล่าวว่า ความต้องการจากนักลงทุนรายย่อยกำลังปรับตัวดีขึ้นในขณะนี้ แต่เสริมว่าแรงส่งขาขึ้นที่ยั่งยืนนั้นจำเป็นต้องมีการลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) "นี่คือปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อเงินทุนที่ไหลเข้าคริปโตก่อนที่จะเกิดความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน และจะยังคงเป็นปัจจัยที่มีน้ำหนักต่อความเชื่อมั่นในระยะกลางถึงระยะยาวต่อไป" Mei กล่าวกับ The Block ที่มาhttps://www.theblock.co/post/398044/spot-bitcoin-etfs-1-billion-weekly-inflows

ก.ล.ต. แจ้งความเอาผิด 1000X หลังพบไร้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจคริปโท
อ่าน

ก.ล.ต. แจ้งความเอาผิด 1000X หลังพบไร้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจคริปโท

#คริปโทเคอร์เรนซี #ทันหุ้น - ตามที่มีข้อมูลปรากฎในโซเชียลมีเดีย และมีสื่อมวลชนสอบถามเกี่ยวกับความคืบหน้าการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับ 1000X และนายวรวัฒน์ นาคแนวดี นั้นนายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการและโฆษก ก.ล.ต. แจ้งว่า สำหรับกรณีนี้ ก.ล.ต. ได้ดำเนินการกล่าวโทษ 1000X Limited (1000X) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเว็บไซต์ 1000x.live และนายวรวัฒน์ นาคแนวดี ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ตั้งแต่เมื่อเดือนมีนาคม 2566 ในความผิดกรณีร่วมกันกระทำการเข้าข่ายการประกอบธุรกิจผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการนอกจากนี้ เมื่อเดือนมิถุนายน 2568 ก.ล.ต. ได้นำส่งข้อมูลต่อกระทรวงดิจิทัลฯ ดำเนินการปิดกั้นช่องทางการเข้าถึงแพลตฟอร์มเพื่อเป็นการคุ้มครองผู้ลงทุนและยับยั้งการใช้แพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่ได้รับอนุญาตเป็นช่องทางการฟอกเงินของมิจฉาชีพแล้ว ซึ่ง ก.ล.ต. ได้เปิดเผยข้อมูลให้ผู้ลงทุนสามารถตรวจสอบได้ที่ Investor Alert และแอปพลิเคชัน SEC Check Firstทั้งนี้ ก.ล.ต. ขอย้ำเตือนประชาชนและผู้ลงทุนให้ระมัดระวังการใช้บริการกับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่ได้รับอนุญาต หากมีเบาะแสเกี่ยวกับการดำเนินการที่น่าสงสัย โปรดแจ้ง “ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแส” โทร 1207 กด 2

MOTHER ค้าปลีกใต้ ปันผล 0.0340 บาท เดินหน้าโตสองหลัก
อ่าน

MOTHER ค้าปลีกใต้ ปันผล 0.0340 บาท เดินหน้าโตสองหลัก

#MOTHER #ทันหุ้น – MOTHER กำไรปี 2568 แตะ 24.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.64% ส่วนรายได้รวมพุ่งสู่ 1,434.83 ล้านบาท โต 8.36% รับแรงหนุนค้าปลีกคึกคัก พร้อมเคาะปันผล 0.0340 บาท ใส่เกียร์ปี 2569 ตั้งเป้ารายได้โต Double Digit ลุยเปิดสาขาใหม่ไม่น้อยกว่า 5 แห่ง ปักหมุดครอบคลุมครบ 8 อำเภอกระบี่นายเอกพงศ์  โชคชัยวิทัศน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาเธอร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ MOTHER ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ภายใต้แบรนด์ "Mother Supermarket" และ "Mother Marche" มีสาขาครอบคลุมพื้นที่จังหวัดกระบี่  พังงา และสุราษฎร์ธานี เปิดเผยผลประกอบการประจำปี 2568 ว่า บริษัทมีกำไรสุทธิ 24.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.64% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 22.75 ล้านบาท และมีรายได้รวม 1,434.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.36% จากปีก่อนที่มีรายได้รวม 1,324.16 ล้านบาทอย่างไรก็ตาม ในปี 2567 บริษัทมีรายได้พิเศษจากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนจำนวน 4.92 ล้านบาท หากตัดรายการพิเศษดังกล่าวออกไป จะทำให้กำไรสุทธิปี 2568 เติบโตโดดเด่นถึง 34.77%  เมื่อเทียบกับปีก่อนส่วนรายได้จากการขายอยู่ที่ 1,426.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.85% จากปีก่อน โดยมีแรงหนุนหลักจากธุรกิจค้าปลีกที่เติบโตถึง 14.15% รับอานิสงส์จากการเปิดสาขาใหม่รวม 4 สาขา ในช่วงปี 2567- 2568   ช่วยผลักดันยอดขายเต็มปีในปี 2568นอกจากนี้ บริษัทยังมีการเติบโตจากร้านสาขาเดิม (SSSG) ที่ 7.23% ที่ยอดขายกลับคืนมา รวม 3 สาขา จากที่เคยได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างถนน ประกอบกับสาขาที่อยู่ในแหล่งท่องเที่ยวก็ยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องพร้อมกันนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผล ในอัตราหุ้นละ 0.0340 บาท รวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 9,724,000 บาท กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2569 บริษัทวางเป้าหมายรายได้เติบโต Double Digit Growthจากการเปิดสาขาใหม่ไม่น้อยกว่า 5 แห่งในจังหวัดกระบี่ ทั้งรูปแบบMotherSupermarket และMotherMarche ทำให้มีสาขาครอบคลุมครบทั้ง 8 อำเภอเป็นครั้งแรก โดยคาดว่าสาขาใหม่ในปี 2569 จะเปิดดำเนินการได้ในไตรมาส 2 เป็นต้นไป เพื่อรองรับการเติบโต และความต้องการที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น สอดรับกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่เพิ่มมากขึ้น

Bitcoin แกร่ง! ยังทรงตัวเหนือ 66,000 ดอลล์ หลังสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านปะทุ
อ่าน

Bitcoin แกร่ง! ยังทรงตัวเหนือ 66,000 ดอลล์ หลังสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านปะทุ

#BTC #ทันหุ้น - ข้อมูลจาก The Block ได้ระบุว่า Bitcoin และสกุลเงินดิจิทัลหลักอื่นๆ ปรับตัวลดลงเล็กน้อยแต่ยังคงค่อนข้างทรงตัวในเช้าวันจันทร์ในตลาดเอเชีย ขณะที่เทรดเดอร์กำลังย่อยผลกระทบจากเหตุการณ์ช็อกทางภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงในตะวันออกกลาง ในขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียร่วงลงและราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น หลังจากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาราคา Bitcoin ลดลงประมาณ 1% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มาอยู่ที่ระดับ 66,772 ดอลลาร์ ณ เวลา 00:40 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออก (ET) ของวันจันทร์ ส่วน Ethereum ลดลง 2.2% มาอยู่ที่ 1,971 ดอลลาร์ ตามหน้าข้อมูลราคาของ The Blockความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากความผันผวนในช่วงสุดสัปดาห์ที่เชื่อมโยงกับความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงรายงานที่ว่า อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล โดย Bitcoin ซื้อขายอยู่ในกรอบที่ผันผวนประมาณ 63,000 ถึง 66,000 ดอลลาร์ในช่วงสุดสัปดาห์อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์กล่าวว่าการเคลื่อนไหวของคริปโตนั้นค่อนข้างเบาบางเมื่อเทียบกับตลาดดั้งเดิมและเหตุการณ์การเทขายสินทรัพย์เสี่ยง (Risk-off) ในอดีต"ในช่วงสุดสัปดาห์ คริปโตถูกเทขายจากเหตุการณ์โจมตีอิหร่านโดยสหรัฐฯ-อิสราเอล โดย BTC และ ETH ลดลงแตะระดับแนวรับระยะสั้นเนื่องจากการลดความเสี่ยงของสินทรัพย์" โดมินิก จอห์น นักวิเคราะห์จาก Kronos Research กล่าว "ราคาฟื้นตัวกลับมาอย่างรวดเร็วในขณะที่เทรดเดอร์ย่อยเหตุการณ์ที่กำลังพัฒนา ซึ่งตอกย้ำให้เห็นถึงสภาพคล่องและการฟื้นตัวของคริปโตที่เทรดได้ 24/7 ในขณะที่ตลาดดั้งเดิมปิดทำการและไม่สามารถตอบสนองได้"ในขณะเดียวกัน รัฐในอ่าวเปอร์เซียได้เตือนว่าอาจโต้กลับอิหร่าน หลังจากเกิดเหตุโจมตีสถานที่สำคัญซึ่งมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 ราย ตามรายงานของ AP News นอกจากนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยังสาบานว่าวอชิงตันจะ "ล้างแค้น" ให้กับการเสียชีวิตของทหารอเมริกันในภูมิภาค ตามโพสต์ของเขาบน Truth Social เมื่อวันอาทิตย์นักวิเคราะห์กล่าวว่า ตลาดคริปโตทำหน้าที่เป็นเวทีแรกให้นักลงทุนลดความเสี่ยงในช่วงสุดสัปดาห์ เนื่องจากมีเวลาซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมง เจฟฟ์ โค หัวหน้านักวิเคราะห์ที่ CoinEx ตั้งข้อสังเกตว่า Bitcoin ยังคงยืนใกล้ระดับ 66,000 ดอลลาร์ แม้ว่าตลาดหุ้นเอเชียจะมีการเทขายอย่างหนักเมื่อเปิดตลาดในวันจันทร์ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าตลาดกำลังมองเหตุการณ์ช็อกทางภูมิรัฐศาสตร์นี้ว่าเป็นส่วนต่างความเสี่ยงชั่วคราว (Temporary risk premium) มากกว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของขาลงที่ยั่งยืนตลาดหุ้นเอเชียร่วง-น้ำมันพุ่งตลาดหุ้นดั้งเดิมตอบสนองรุนแรงกว่าเมื่อเปิดทำการ โดยดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นร่วงลงมากกว่า 2.5% ในบางช่วงช่วงเที่ยง ส่วน Topix ลดลงเกือบ 3% ดัชนี Hang Seng ของฮ่องกง และ Straits Times ของสิงคโปร์ ลดลงเกือบ 2% ทั้งคู่ และ Taiex ของไต้หวันลดลงประมาณ 0.9% ขณะที่ตลาดเกาหลีใต้ปิดทำการเนื่องในวันหยุดนักขัตฤกษ์ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นในการซื้อขายช่วงเช้าของเอเชีย โดยน้ำมันดิบ Brent อยู่ที่ประมาณ 78 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ เวลาที่เขียน เพิ่มขึ้นมากกว่า 7% ในช่วง 1 วันที่ผ่านมา ในขณะที่ราคาทองคำเพิ่มขึ้น 1.9% อยู่ที่ 5,381 ดอลลาร์ต่อออนซ์นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่าน้ำมันยังคงเป็นช่องทางหลักในการส่งผ่านจากเหตุการณ์ช็อกทางภูมิรัฐศาสตร์ไปยังคริปโตและสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ "หากราคาน้ำมันดิบผลักดันและทรงตัวเหนือ 90 ดอลลาร์ คาดการณ์เงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้น ผลตอบแทนที่แท้จริงจะแข็งแกร่งขึ้น และดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้น สิ่งนี้จะทำให้สภาพคล่องตึงตัว และคาดได้ว่าคริปโตจะเทรดเหมือนสินทรัพย์มหภาคที่มีค่าเบต้าสูง (High-beta macro asset) ในสภาวะนั้น" ริก มาเอดะ นักวิจัยจาก Presto Research กล่าวเจฟฟ์ เมอิ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของกระดานเทรดคริปโต BTSE กล่าวว่า ตลาดมีความอ่อนไหวเป็นพิเศษต่อภัยคุกคามใดๆ ต่อการขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับน้ำมันดิบประมาณ 1 ใน 5 ของการไหลเวียนทั่วโลก มีเรืออย่างน้อย 3 ลำถูกโจมตีใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ตามรายงานของ BBC ความกลัวว่าจะเกิดการหยุดชะงักได้เพิ่มต้นทุนการประกันภัยการขนส่งและทำให้เรือต้องเปลี่ยนเส้นทาง ซึ่งขยายความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่อาจส่งผลต่อการตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง เมอิกล่าวความยืดหยุ่นของตลาดมาเอดะจาก Presto ชี้ให้เห็นว่าไม่มีความเครียดที่ชัดเจนในเหรียญ Stablecoin หรือเหตุการณ์ล้างพอร์ตครั้งใหญ่ เขาชี้ไปที่ Hyperliquid ซึ่งเป็นตลาดฟิวเจอร์สถาวรที่สัญญาเชื่อมโยงกับน้ำมันและโลหะมีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการค้นหาราคาอย่างต่อเนื่องตลอดความโกลาหลในช่วงสุดสัปดาห์ "เป็นไปได้ว่าตลาดอนุพันธ์ที่เทรดตลอด 24 ชั่วโมงนี้ช่วยดูดซับเหตุการณ์ช็อกทางเศรษฐกิจมหภาคได้แบบเรียลไทม์" เขากล่าวในขณะนี้ นักวิเคราะห์กล่าวว่าคริปโตดูเหมือนจะซื้อขายตามความรู้สึกเสี่ยงมหภาค (Macro risk sentiment) แต่ยังคงค่อนข้างทรงตัวเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ดั้งเดิม ทิศทางจะขึ้นอยู่กับตัวแปรที่คล้ายคลึงกันที่ตลาดหุ้นทั่วโลกกำลังเผชิญ ได้แก่ น้ำมัน คาดการณ์เงินเฟ้อ และเส้นทางของความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านจอห์นจาก Kronos กล่าวว่าเทรดเดอร์กำลังติดตามตลาดน้ำมัน ข้อมูลเงินเฟ้อ กระแสเงินไหลเข้ากองทุน ETF ที่มีความเสี่ยง และสัญญาณของการลดความขัดแย้งอย่างใกล้ชิด "ผลการดำเนินงานของคริปโตน่าจะเป็นไปตามพัฒนาการมหภาคในวงกว้าง โดยความผันผวนจะยังคงอยู่ในระดับสูงจนกว่าเส้นทางข้างหน้าจะชัดเจนขึ้น" เขากล่าว"เทรดเดอร์กำลังมุ่งเน้นไปที่ว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นเพียงความผันผวนที่ขับเคลื่อนด้วยพาดหัวข่าว หรือจะกลายเป็นการตึงตัวของสภาวะทางการเงินอย่างต่อเนื่อง" มาเอดะกล่าว "ในส่วนของราคาสินทรัพย์ หมายถึงการจับตาราคาน้ำมันก่อน ว่าจะทรงตัวหรือพุ่งเข้าสู่กรอบที่สูงขึ้นทางโครงสร้าง ในขณะเดียวกัน พวกเขากำลังติดตามผลตอบแทนที่แท้จริงของสหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์ เพื่อหาสัญญาณว่าเหตุการณ์ช็อกครั้งนี้กำลังส่งผลต่อการปรับราคาทางมหภาคในวงกว้างหรือไม่"ที่มา https://www.theblock.co/post/391689/bitcoin-steady-asia-stocks-fall-us-iran-war

Bitmine ทุ่มหมื่นล้านช้อน ETH เพิ่ม ขึ้นแท่นผู้ถือครองเบอร์ 1 โลก
อ่าน

Bitmine ทุ่มหมื่นล้านช้อน ETH เพิ่ม ขึ้นแท่นผู้ถือครองเบอร์ 1 โลก

#Bitmine #ทันหุ้น - ข้อมูลจาก The Block ได้ระบุว่าBitmineImmersion Technologies เปิดเผยข้อมูลเมื่อวันจันทร์ว่า บริษัทได้เพิ่มการถือครอง Ethereum (ETH) ในคลังสำรองเป็น 4.42 ล้านเหรียญ ณ วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ส่งผลให้บริษัทมีสัดส่วนการถือครองสูงถึง 3.66% ของจำนวนเหรียญ ETH ทั้งหมดในระบบ ด้วยระดับราคา ETH ที่ 1,958 ดอลลาร์ต่อเหรียญ ทำให้มูลค่าคลังสำรองของ Bitmineพุ่งสูงถึงประมาณ 8.7 พันล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ Bitmine ก้าวขึ้นเป็นบริษัทมหาชนที่ถือครอง Ethereum รายใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นบริษัทที่มีคลังสำรองคริปโตใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก เป็นรองเพียง MicroStrategy ที่ถือครอง Bitcoin มูลค่ากว่า 4.9 หมื่นล้านดอลลาร์เท่านั้น ตัวเลขล่าสุดนี้แสดงถึงการซื้อเพิ่มขึ้นถึง 51,162 ETH ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และทำให้บริษัทเข้าใกล้เป้าหมายหลักที่ต้องการถือครอง ETH ให้ได้ 5% ของซัพพลายทั้งหมดอีกเพียง 27% เท่านั้น โดยการสะสมเหรียญครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ Tom Lee ประธานกรรมการบริษัท เรียกว่าเป็นภาวะ "Mini Crypto Winter" (ฤดูหนาวคริปโตขนาดเล็ก) Bitmine ซื้อ Ethereum อย่างต่อเนื่อง เพราะเรามองว่าการย่อตัวครั้งนี้เป็นโอกาสที่น่าดึงดูดใจ เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งขึ้น ในมุมมองของเรา ราคาของ ETH ในปัจจุบันยังไม่ได้สะท้อนถึงอรรถประโยชน์ที่สูงส่งและบทบาทของมันในฐานะอนาคตของโลกการเงิน Lee ระบุในแถลงการณ์ Tom Lee ได้อ้างถึงปัจจัยผลักดันพื้นฐาน 3 ประการสำหรับ Ethereum ที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องแม้ตลาดจะอยู่ในช่วงขาลง ได้แก่: ความพยายามในการนำสินทรัพย์ในโลกจริงมาแปลงเป็นโทเคน (Tokenization) ของกลุ่มวอลล์สตรีท การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ใช้สมาร์ทบล็อกเชนในการประมวลผลและชำระเงิน การที่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creator Economy) หันมาใช้การยืนยันตัวตนบนบล็อกเชนมากขึ้น การขยายตัวของการ Staking และตัวชี้วัดในงบดุล Bitmine รายงานว่าเหรียญจำนวน 3,040,483 ETH หรือประมาณ 68.7% ของจำนวนที่ถือครองทั้งหมด ถูกนำไปทำการ Staking เรียบร้อยแล้ว ซึ่งสร้างรายได้ประมาณ 171 ล้านดอลลาร์ต่อปี โดยอิงจากอัตราผลตอบแทน 7 วัน (7-day yield) ที่ 2.89% บริษัทคาดการณ์ว่ารายได้จากการ Staking อาจพุ่งสูงถึง 249 ล้านดอลลาร์ต่อปี เมื่อเหรียญ ETH ทั้งหมดถูกนำไป Staking ผ่านโครงการMade in America Validator NetworkหรือMAVANซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการเป็นผู้ตรวจสอบธุรกรรมที่บริษัทมีแผนจะเปิดตัวภายในไตรมาสนี้ โดยปัจจุบัน Bitmine กำลังทำงานร่วมกับผู้ให้บริการ Staking 3 รายในระหว่างการเตรียมเปิดตัว MAVAN นอกเหนือจาก Ethereum แล้ว Bitmine ยังรายงานการถือครองสินทรัพย์อื่น ๆ ดังนี้: Bitcoin (BTC) จำนวน 193 เหรียญ เงินสด 691 ล้านดอลลาร์ หุ้นใน Beast Industries มูลค่า 200 ล้านดอลลาร์ หุ้นใน Eightco Holdings มูลค่า 17 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้มูลค่าสินทรัพย์รวมทั้งคริปโต เงินสด และการลงทุนเชิงกลยุทธ์อยู่ที่ 9.6 พันล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 22 กุมภาพันธ์ ทางด้านราคาหุ้นของ Bitmine (BMNR) ซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 19.27 ดอลลาร์ในเช้าวันจันทร์ ลดลงกว่า 4% จากราคาปิดวันศุกร์ที่ 20.13 ดอลลาร์ ทั้งนี้ ข้อมูลจาก Fundstrat ระบุว่ามูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของหุ้น BMNR อยู่ที่ 700 ล้านดอลลาร์ในช่วง 5 วันที่ผ่านมา (สิ้นสุด 20 ก.พ.) ซึ่งจัดอยู่ในอันดับที่ 165 จากหุ้นจดทะเบียนในสหรัฐฯ ทั้งหมด 5,704 ตัว ที่มาhttps://www.theblock.co/post/390843/bitmine-ups-ethereum-treasury-stake-to-4-42-million-eth-now-holds-3-66-of-supply

KGI เจาะ 3 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน
อ่าน

KGI เจาะ 3 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน

#ทันหุ้น - บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) เจาะ 3 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน ได้แก่ CPN ให้เป้าพื้นฐาน 75 บาท โดย 1) ประเมินแนวโน้มราคา Sideway up ประเมินแนวรับ 64.75 บาท / แนวต้าน 65.75 – 67 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 70 บาท (Stop loss 62.5 บาท) 2) ประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานยังดีต่อเนื่อง หลังกำไรดีเกินคาด ฝ่ายวิจัยฯ คาดรายได้ค่าเช่าและบริการเติบโตจากการเปิดศูนย์การค้าใหม่ปีละ 3 แห่ง ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจาก บ.ร่วมจะเร่งตัวขึ้นจากการโอนโครงการ Dusit Residences … คาดความเชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้นหลังการเลือกตั้งหนุนธุรกิจค้าปลีก + อสังหาฯ 3) Dividend yield เด่น ประกาศปันผล 2.4 บาท / หุ้น (XD 9 มี.ค.) Dividend yield 3.7%หุ้น MAJOR ให้เป้าพื้นฐาน 9.7 บาท โดย 1) ประเมินแนวโน้มราคาฟื้นตัวทดสอบค่าเฉลี่ย 200 วัน (แข็งกว่าตลาดฯ) / ภาพระยะสัปดาห์ MACD ฟื้นก่อนราคาหุ้น ประเมินแนวรับ 7.65 บาท / แนวต้าน 8.05 – 8.20 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 8.5 บาท (Stop loss 7.35 บาท) 2) ประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานปีนี้ฟื้นต่อเนื่อง จากกลยุทธ์ลดต้นทุน เราคาดแนวโน้มผลการดำเนินงานปีนี้จะกลับมาโต YoY หลังจากที่ลดลงมาต่อเนื่อง 2 ปีติด จากกลยุทธ์การลดต้นทุน รายจ่าย เพิ่มอัตรากำไรที่เริ่มเห็นผลแล้ว ขณะที่คาดจำนวนผู้เข้าชมหนังจะเติบโต YoY (บริษัทฯตั้งเป้าโต +40% YoY / ฝ่ายวิจัยฯ คาดเพียง +5% YoY … มี Upside) … … คาดความเชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้นหลังการเลือกตั้งหนุนธุรกิจโรงภาพยนต์ 3) Valuation ไม่แพง Forward PE 8.9 เท่า (-2 SD) และประกาศปันผล 0.25 บาท/หุ้น (XD 17 เม.ย.) Yield 3.2%หุ้น SCGP ให้เป้าพื้นฐาน 23.3 บาท โดย 1) ประเมินแนวโน้มราคา Sideway up / ระยะสั้นพักลงมาแนวรับ ประเมินแนวรับ 20.6 บาท / แนวต้าน 21.2 – 21.7 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 22 บาท (Stop loss 20 บาท) 2) ประเมิน Sentiment บวกจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯใหม่ ล่าสุดสหรัฐฯปรับอัตราภาษีนำเข้าทั่วโลกลงมาที่ 15% (จาก Reciprocal tariff เดิม) ทำให้กลับเป็นบวกต่อภาพรวมเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียโดยเฉพาะจีน ซึ่งจะเป็นบวกต่ออุปสงค์สินค้าของ SCGP* ขณะที่ฝ่ายวิจัยฯ คาดแนวโน้มกำไร 1Q69 จะฟื้นตัว QoQ ต่อเนื่อง … คาดกำไรปีนี้ฟื้น +28% YoY 3) Valuation ไม่แพง Forward PE +/-19 เท่า (-1.5 SD) ขณะที่คาดกำไรพลิกกลับมาโต YoY

BEC กำไรปี 68 ที่ 205.77 ลบ. โต 113.72%, ปันผลอีก 0.06 บาท
อ่าน

BEC กำไรปี 68 ที่ 205.77 ลบ. โต 113.72%, ปันผลอีก 0.06 บาท

#BEC #ทันหุ้น-บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BEC แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯว่า ในปี 2568 มีกำไร 205.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 113.72% เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มีกำไร 96.28 ล้านบาท โดยผลประกอบการที่ปรับเพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งเป็นผลจากฐานกำไรของปี 2567 ที่อยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากบริษัทบันทึกค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียวหลายรายการอย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเชิงโครงสร้างการดำเนินงานปี 2568 แม้รายได้จากการขายโฆษณาลดลง 16.3% อันเป็นผลจากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังคงเปราะบางจากหลายปัจจัย กดดันให้ผุ้ประกอบการลดลงบโฆษณา แต่บริษัทสามารถเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจใหม่ทดแทนและการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีส่วนช่วยลดผลกระทบจากผลดำเนินงานจากรายได้โฆษณาที่หดตัวในปี 2568 มีรายได้จากการให้ใช้ลิขสิทธิ์และบริการอื่น ซึ่งประกอบด้วยรายได้จาก 3 ธุรกิจหลักคือรายได้จากธุรกิจการจัดจำหน่ายละครไปต่างประเทศ ธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์ม และธุรกิจใหม่ ธุรกิจจัดกิจกรรมและบริหารศิลปิน รวมกันอยู่ที่ 1,034.1 ล้านบาท คิดเป็นรายได้ 26% ของรายได้จากากรดำเนินงานของกลุ่ม BEC เพิ่มขึ้น 29.9% จากปี 2567 ตามแผนธุรกิจในการขยายรายได้จากธุรกิจใหม่ที่นอกเหนือจากธุรกิจโทรทัศน์ที่เป็นธุรกิจหลัก**มีภาพยนตร์ 2 เรื่องเตรียมฉายปีนี้ขณะที่ธุรกิจภาพยนตร์ บริษัทยังร่วมผลิตภาพยนต์"สุขสุดท้าย" หนังแอ๊คชั่น-สยองขวัญ และ"สมิงเขาขวาง" ซึ่งถูกวางตำแหน่งให้เป็นภาคต้นก่อนเหตุการณ์ธี่หยดภาคแรก ปัจจุบันอยู่ในระหว่างดำเนินการผลิต และจะออกฉายในวันที่ 25 มิ.ย. 2569 และวันที่ 30 ก.ย. 2569 ตามลำดับ บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าผู้ชมจะให้การตอบรับเป็นอย่างดี เช่นเดียวกับ "ธี่หยด" ทั้งสามภาค**ปันผลอีก 0.06 บาทคณะกรรมการบริษัทได้มีมติให้เสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น เพื่อพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการปี 2568 จากผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.10 บาท จำนวน 2,000 ล้านหุ้น รวมเป็นเงิน 200 ล้านบาท ซึ่งใน 6 เดือนแรกปี 2568 ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วในอัตราหุ้นละ 0.04 บาท ซึ่งได้จ่ายเมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2568 แล้วดังนั้นคงเหลือที่จะจ่ายเงินปันผลสำหรับผลดำเนินงานครึ่งหลังปี 2568 อีกในอัตราหุ้นละ 0.06 บาท โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 5 พ.ค. 2569 วันกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record date) ในวันที่ 6 พ.ค. 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 21 พ.ค. 2569

BBIK พุ่ง 11.54% แตะ 17.40 บาท +1.80 บาท บล. แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ แนะนำ “ซื้อ” เป้า 28 บาท
อ่าน

BBIK พุ่ง 11.54% แตะ 17.40 บาท +1.80 บาท บล. แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ แนะนำ “ซื้อ” เป้า 28 บาท

#ทันหุ้น #2026 #SET #BBIK พุ่ง 11.54% แตะ 17.40 บาท +1.80 บาท บล. แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ แนะนำ “ซื้อ” เป้า 28 บาทบล. แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ : บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) คาดกำไรไตรมาส 4/2568F อยู่ที่ 117 ล้านบาท โดดเด่นและเป็นจุดสูงสุดของปี ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ส่งผลให้กำไรทั้งปี 2568F สูงกว่าประมาณการเดิมเล็กน้อย โดยบริษัทตั้งเป้ารายได้ปีนี้เติบโต 20% YoY จากงานที่เกี่ยวข้องกับ AI, Virtual Bank และ Cloud First Policy รวมทั้งคาดว่าจะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งบริษัทคาดว่าจะมีดีล MA ใหม่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2569F ซึ่งหากเป็นไปตามแผน จะช่วยให้รายได้เติบโตได้มากกว่า 20% ทั้งนี้ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยมองว่าราคาหุ้นที่ปรับลดลงเป็นโอกาสการลงทุนระยะยาว ขณะที่ P/E ปัจจุบันอยู่เพียง 8 เท่าคาดกำไรไตรมาส 4/2568F ของ BBIK อยู่ที่ 117 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 72% QoQ และเพิ่มขึ้น 14% YoY โดยกำไรที่เพิ่มขึ้น QoQ ส่วนหนึ่งมาจากฐานที่ต่ำในไตรมาสก่อน ซึ่งมี GPM ต่ำตามสัดส่วนการรับรู้กำไรจาก Sauce Skills ที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่การเติบโต YoY มาจากการรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้น โดยคาดรายได้รวมอยู่ที่ 457 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% QoQ และ 12% YoY ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของปี โดยได้รับแรงหนุนจาก Backlog ณ สิ้นไตรมาส 3 จำนวน 332 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นงานใหม่ที่สามารถรับรู้รายได้ทันทีภายในไตรมาสรวมถึงการเร่งส่งมอบงานในช่วงปลายปี สัดส่วนรายได้หลักมาจากธุรกิจ DX, ERP และ CRM จากกลุ่มลูกค้าเทคโนโลยีและการสื่อสาร กลุ่มภาครัฐ และเริ่มรับรู้รายได้จาก Virtual Bank ขณะที่รายได้จาก Corporate Training ภายใต้ Sauce Skills คาดว่าจะทรงตัว QoQ โดยจากสัดส่วนรายได้ Sauce Skills ที่ลดลง ส่งผลให้คาดว่า GPM จะเพิ่มขึ้น QoQ มาอยู่ที่ 52% นอกจากนี้คาดว่าส่วนแบ่งกำไรจากออร์บิทจะเพิ่มขึ้น QoQ ตามความคืบหน้าการส่งมอบงานปลายปี แต่ลดลง YoY จากฐานที่สูงในปีก่อน ส่งผลให้คาดกำไรทั้งปี 2568F อยู่ที่ 331 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% YoY และทำสถิติสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้ที่ดีกว่าคาดBacklog ณ สิ้นไตรมาส 4 คาดว่าจะทรงตัวใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน โดยไตรมาส 3/2568 อยู่ที่ 827 ล้านบาท ไม่รวมบริษัทร่วม ขณะที่บริษัทตั้งเป้ารายได้ปีนี้เติบโต 20% YoY จากโครงการที่เกี่ยวข้องกับ AI, Virtual Bank และ Cloud First Policy โดยคาดว่ารายได้จาก Virtual Bank จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตามแผนการ Implement ของลูกค้า สัดส่วนลูกค้าภาครัฐจะเพิ่มขึ้นจากประมาณ 10% เป็น 15% รวมถึงงานโครงการ DX, ERP และ CRM ใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เป้าหมายรายได้ดังกล่าวยังไม่รวมดีล MA ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปในช่วงครึ่งแรกของปี 2569F และหากเป็นไปตามแผนจะช่วยผลักดันรายได้เติบโตมากกว่า 20% YoY โดยคาดว่าอัตรากำไรในปีนี้จะปรับตัวดีขึ้นตามการใช้ทรัพยากรบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงได้รับประโยชน์จากอัตราภาษีที่อยู่ในระดับต่ำจากสิทธิประโยชน์ BOI อย่างต่อเนื่องยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยมองว่าการปรับตัวลดลงของราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมาเป็นการลดลงมากเกินไปและไม่สอดคล้องกับแนวโน้มกำไรที่แข็งแกร่งและเติบโตทำสถิติสูงสุดใหม่ทุกปี โดยบริษัทมีรอบการเติบโตใหม่จาก Virtual Bank และ AI ที่จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของกำไร รวมถึงมี Upside จากดีล MA ใหม่ ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงสำคัญประกอบด้วย ความล่าช้าของโครงการ Virtual Bank จากลูกค้า ความล่าช้าในการลงทุนของภาครัฐและเอกชน การขาดแคลนบุคลากรซึ่งอาจทำให้อัตราการใช้ทรัพยากรต่ำกว่าคาด ความเสี่ยงจากการลงทุนเชิงกลยุทธ์ผ่าน MA ที่อาจให้ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามแผน และความเสี่ยงที่กำไรอาจไม่โดดเด่นในไตรมาส 3/2568F

GULFปัจจัยหนุนเพียบ ลุ้นอีบิทดาปีนี้โตเกิน15%
อ่าน

GULFปัจจัยหนุนเพียบ ลุ้นอีบิทดาปีนี้โตเกิน15%

#GULF #ทันหุ้น - GULF แย้มอีบิทดาปี 2569 มีโอกาสโตมากกว่า15% จากปัจจัยบวกเพียบ “ADVANC มีผลดำเนินงานดีด-Jackson ค่าความพร้อมจ่ายเพิ่ม-โรงไฟฟ้า COD-ดาต้าเซ็นเตอร์บุ๊กรายได้มากขึ้น” จ่อขยายแตะ 400-500 เมกะวัตต์ใน 3-5 ปี เตรียมแจ้งงบปี 2568 ประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า แนวโน้มกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ปี 2569 มีโอกาสเติบโตมากกว่า15% เมื่อเทียบกับปี 2568 เนื่องจาก รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC เพิ่มขึ้น เพราะ ADVANC มีขยายฐานลูกค้ามากขึ้น และมีรายได้เฉลี่ยต่อหลายเลข (ARPU) เพิ่มขึ้น และ AIS มีแพ็กเกจที่หลากหลายหนุนผลดำเนินงาน โดยเฉพาะแพ็กเกจกีฬา ประกอบกับต้นทุนลดลง@Jackson ดันรวมถึงธุรกิจพลังงาน ก็จะมีการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรของโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐ (Jackson) เพิ่มขึ้น จากที่จะมีการปรับเพิ่มค่าความพร้อมจ่าย (Capacity Payment) เป็น 329 ดอลลาร์ต่อเมกะวัตต์ต่อวัน ในเดือนมิถุนายน 2569 จาก 270 ดอลลาร์ต่อเมกะวัตต์ต่อวัน เพราะความต้องการใช้ไฟฟ้า Data Center ที่สูงขึ้น และรับรู้รายได้เต็มปีจากโรงไฟฟ้าที่จ่ายไฟเชิงพาณิชย์ (COD) เมื่อปีที่ผ่านมาโดยปีนี้บริษัทจะมีโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์ฟาร์ม) ที่จะจ่ายไฟเชิงพาณิชย์ (COD) ในปีนี้ จำนวน 6 โครงการ ประกอบกับ โซลาร์ฟาร์ม 4 โครงการ, โซลาร์แบตเตอรี 2 โครงการ ในช่วงปลายปี, และ โรงไฟฟ้าขยะชุมชนที่เชียงใหม่ ขนาด 10 เมกะวัตต์ ที่จะเป็นในเดือนพฤษภาคม, เปิดบริการโครงการมอเตอร์เวย์สายบางปะอิน – นครราชสีมา (M6) ในไตรมาส 3 ปีนี้ และการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นเป็น 70 ลำ หรือเกือบ 5 ล้านตันนอกจากนี้บริษัทจะมีการรับรู้รายได้จากดาต้าเซ็นเตอร์มากขึ้นในโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ แห่งที่ 1 หรือ โครงการ GSA01 กำลังให้บริการสูงสุดไม่เกิน 25.6 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ในจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ไตรมาส 2/2568 ปัจจุบันลูกค้าใช้บริการเกือบเต็มแล้ว@ลุยขยายดาต้านางสาวยุพาพิน กล่าวว่า บริษัทอยู่ระหว่างการพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์ที่ อีก 2 โครงการ ประกอบด้วย โครงการ GSAD2 กำลังให้บริการสูงสุดไม่เกิน 38.1 เมกะวัตต์ กำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 1/2570 ปัจจุบันมีลูกค้าแสดงเจตจำนงใช้บริการแล้ว 60% และโครงการ GSA03 กำลังการให้บริการไม่เกิน 100 เมกะวัตต์ โดยคาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2570โดยล่าสุดทางสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพิ่มอนุมัติส่งเสริมการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์กลุ่มของบริษัทเพิ่มอีกจำนวน 2 โครงการ มูลค่าลงทุน 37,202 ล้านบาท ตั้งอยู่จังหวัดระยอง และสมุทรปราการ รองรับ IT Load รวม 120 เมกะวัตต์ ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาต่อไป ซึ่งบริษัทมีแผนที่จะขยายการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์อย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายที่จะมีกำลังการให้บริการ 400-500 เมกะวัตต์ ภายใน 3-5 ปี โดยในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 บริษัทจะมีการประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2568 และงวดทั้งปี 2568ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CGSI ระบุว่า ยังคงแนะนำ “ซื้อ” GULF และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 66 บาท จาก 65 บาท เพื่อสะท้อนการปรับเพิ่มประมาณการกำไรของ ADVANC, ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ภายใต้ Nxera เริ่มขยายตัวต่อเนื่อง, การเติบโตด้วยการลงทุนสู่กระแสของอนาคตหลากหลายทั้ง LNG พลังงานหมุนเวียน และโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่การอนุมัติโครงการส่งเสริมการลงทุนของ BOI และการพัฒนาอย่างรวดเร็วของพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ช่วยสนับสนุนมุมมองของฝ่ายวิเคราะห์ว่า ปัญหาคอขวดขณะนี้จะเกิดจากข้อจำกัดด้านที่ดิน, พลังงานและจังหวะเวลามากกว่าด้านเงินทุนดังนั้น จึงเชื่อว่าแพลตฟอร์มของ GULF ที่รวบรวมทั้งพลังงาน-LNG-โครงข่ายไฟฟ้า-โครงสร้างพื้นฐานไว้ด้วยกันทำให้ GULF มีความได้เปรียบเชิงโครงสร้าง ทั้งนี้ยังคงประเมินมูลค่าเงินลงทุนของ GULF ใน Nxera อยู่ที่ 0.90 บาทต่อหุ้น ซึ่งยังไม่ได้รวมไว้ในประมาณการ และปรับประมาณการกำไรสุทธิหลักขึ้น 2.6%, 2.2% และ 3.7% ในปี 2568-70 ตามลำดับ ซึ่งหลักๆ แล้วเพื่อรับรู้ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจาก ADVANC

DELTA เคจีไอฯ คาดกำไร Q4/68 แข็งแกร่งที่ 7.1 พันลบ. เพิ่มคำแนะนำเป็น”ถือ”
อ่าน

DELTA เคจีไอฯ คาดกำไร Q4/68 แข็งแกร่งที่ 7.1 พันลบ. เพิ่มคำแนะนำเป็น”ถือ”

#DELTA #ทันหุ้น-บล.เคจีไอ(ประเทศไทย) คาดการณ์ว่ริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA จะมีกำไรจากธุรกิจหลักในงวดไตรมาส 4/68 อยู่ที่ 7.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 248% YoY และเพิ่มขึ้น 12% QoQ จากอุปสงค์ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น ทำให้กำไรจากธุรกิจหลักทั้งปี 2568 อยู่ที่ 2.3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% YoYฝ่ายวิจัยเคจีไอฯ คาดว่ายอดขายไตรมาส 4/68 ของ DELTA อยู่ที่ 6.18 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 48% YoY และเพิ่มขึ้น 16% QoQ แต่หากตัดผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนออกไป คาดว่ายอดขายจะอยู่ที่ 1.9 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 58% YoY และเพิ่มขึ้น 15% QoQ โดยได้แรงหนุนจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งจะทำให้ยอดขายทั้งปี 2568 ทำสถิติสูงสุดใหม่อยู่ที่ 6.1 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 33% YoYนอกจากนี้คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 4/68 จะอยู่ที่ 28.0% % (+5.6ppts YoY, -0.3ppts QoQ) เนื่องจาก product mix ที่ดีขึ้นส่วนกรณีที่า Delta International Holding Limited B.V. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ Delta Electronics Incได้ขายหุ้น 51.2 ล้านของบริษัท ให้กับนักลงทุนแบบเฉพาะเจาะจงบนกระดาน Big-Lot ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่ราคา 171 บาท/หุ้น ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นลดลงจาก 14.18% เป็น 13.77% หลังธุรกรรมนี้ ซึ่งการทำธุรกรรมดังกล่าวอาจจะเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่ามีนักลงทุนบางรายที่เชื่อว่าแนวโน้มการเติบโตของกำไร DELTA และ ประเมินว่ามูลค่าหุ้น DELTA น่าจะสูงกว่าราคา PP แต่ในทางกลับกันการขายหุ้นแบบ PP ครั้งนี้ก็อาจบ่งบอกถึงความเป็นไปได้ที่ Delta Taiwan ทยอยลดสัดส่วนการถือหุ้นลงกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิจัยเคจีไอฯ ยังคงราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ที่ 158.00 บาท ทั้งนี้ ราคาหุ้น DELTA ปรับลงมาแล้วเกือบ 30% ในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา และ เหลือ downside ถึงราคาเป้าหมายของฝ่ายวิจัยเคจีไออีก 3% ดังนั้นจึงปรับเพิ่มคำแนะนำจาก“ขาย” เป็น “ถือ”

หยวนต้ามอง ICHI ยังน่าสนใจ ปันผลปี 69 ระดับ 8%
อ่าน

หยวนต้ามอง ICHI ยังน่าสนใจ ปันผลปี 69 ระดับ 8%

#ทันหุ้น - บล.หยวนต้า ส่องหุ้น บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICHI เบื้องต้นฝ่ายวิจัยคาดกำไรปกติใน Q4/68 ที่กรอบ 280-340 ลบ. ลดลง QoQ เนื่องจากเป็นช่วงฤดูหนาว ประกอบกับบริษัทมักมีบันทึกค่าใช้จ่ายพนักงานที่สูงช่วงท้ายปี อาทิ โบนัสพนักงาน อย่างไรก็ตามฝ่ายวิจัยคาดกำไรกลับมาโตเด่น YoY จาก 1) ฐานรายได้ที่สูงขึ้นหลังการออกสินค้าใหม่กลุ่มน้ำด่างขวดใหญ่ โดยปัจจุบันบริษัทยังขยายช่องทางการจัดจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง และใน Q4/68 ได้ออกสินค้าใหม่เพิ่มอีก 2 SKUs รวมถึงรายได้จากธุรกิจ OEM ที่ยังเติบโตเด่น จากฐานต่ำในปีก่อนที่บริษัทมีกำลังการผลิตจำกัด2) อานิสงส์เชิงบวกจากมาตรการ “คนละครึ่งพลัส” เข้ามาช่วยหนุนกำลังซื้อ ขณะที่ GPM คาดยังอยู่ในระดับไม่ต่ำกว่า 25% ลดลง QoQ ตาม U-rate แต่สูงขึ้น YoY จากแผนลดค่าใช้จ่ายในโรงงาน รวมถึงการหันมาเน้นการผลิตสินค้าแบรนด์ตัวเองมากขึ้นหนุน Product Mix แม้จะรับรู้ค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้นจากการขยายกำลังการผลิตในช่วงต้นปี 2568 โดยฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการกำไรปกติทั้งปี 25685 ที่ 1,237 ลบ. (-2.9% YoY)คาดกำไรปกติโต QoQ , YoY ใน Q1/69 ฝ่ายวิจัยคาดว่ากำไรปกติใน Q1/69 มีโอกาสกลับมาเติบโตทั้ง QoQ และ YoY จากการเริ่มเข้าสู่ฤดูร้อนในช่วงเดือนมี.ค. ประกอบกับฐานที่ต่ำในปีก่อน ซึ่งบริษัทยังไม่มีรายได้จากสินค้าใหม่กลุ่มน้ำด่าง รวมถึงยังไม่มีรายได้จากธุรกิจ OEM และการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายในระดับปัจจุบัน นอกจากนี้บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับลูกค้ารายใหญ่รายใหม่สำหรับการรับจ้างผลิต โดยตั้งเป้าเริ่มผลิตและรับรู้รายได้ภายใน Q1/69 ซึ่งถือเป็น Upside ที่ยังไม่รวมอยู่ในประมาณการของฝ่ายวิจัยแนวโน้มกำไรปกติปี 2569 กลับมาสดใส สำหรับปี 2569 ฝ่ายวิจัยคาดกำไรปกติที่ 1,315 ลบ. กลับมาโต 6.3% YoY จาก 1) การรับรู้ผลของการออกสินค้าใหม่ที่ออกช่วงปี 2568 เต็มปี รวมถึงในปีนี้บริษัทยมีแผนออกสินค้าใหม่ต่อเนื่องครอบคลุมทั้งในร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) และร้านค้าปลีกทั่วไป (Traditional Trade) 2) การรับรู้รายได้จากการผลิตสินค้าให้ IF (OEM) เต็มปี นอกจากนี้หาก IF มีการขยายออเดอร์ หรือสามารถเจรจากับลูกค้ารายใหม่ได้เพิ่มเติม อาจส่งผลให้ประมาณรายได้และกำไรของฝ่ายวิจัยสูงกว่าคาดเป็น Upside และ 3) GPM คาดขยายตัวต่อ YoY จากผลของราคาเม็ดพลาสติกที่ลดลง ตามทิศทางราคาน้ำมันที่เป็นขาลงคงแนะนำ “ซื้อ” เลือกเป็น Top pick กลุ่มปี 2569 ทั้งนี้ คงราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2569 ที่ 16.80 บาท อิง PER ในการประเมินมูลค่าที่ 16.6 เท่า ราคาหุ้นปรับขึ้น 28.6% ใน 6 เดือนที่ผ่านมา แต่หุ้นยังซื้อขายบน PER26 ที่ 13.3 เท่า ซึ่งมองว่าไม่แพง และสามารถคาดหวังเงินปันผลได้ระดับ 8% ต่อปี (คาดปันผล 2H68 ที่ 0.50 บาท) คงคำแนะนำ “ซื้อ” เลือกเป็น Top pick ของกลุ่มเครื่องดื่มสำหรับปี 2569

BANPU แจ้งบริษัทย่อย BKV เปิดโครงการซื้อหุ้นคืน
อ่าน

BANPU แจ้งบริษัทย่อย BKV เปิดโครงการซื้อหุ้นคืน

BANPU แจ้งบริษัทย่อย BKV เปิดโครงการซื้อหุ้นคืน#ทันหุ้น #SET #BUNPU บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า BKV Corporation (“BKV”) บริษัทย่อยที่ BANPU ถือหุ้นในสัดส่วน 65.9% ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE: BKV) สหรัฐอเมริกา ได้แจ้งมติคณะกรรมการบริษัทอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนในระยะเวลา 2 ปี โดยจะดำเนินการซื้อหุ้นสามัญของบริษัทคืน รวมมูลค่าไม่เกิน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐทั้งนี้ ระยะเวลาและมูลค่ารวมของการซื้อหุ้นคืนในแต่ละครั้งจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของฝ่ายบริหารของ BKV โดยจะพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจและสภาวะตลาด ราคาหุ้น สภาพคล่องและลำดับความสำคัญในการใช้เงินทุน ข้อกำหนดด้านกฎระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ ที่เหมาะสม โดยแหล่งเงินทุนสำหรับการซื้อหุ้นคืนจะมาจากกระแสเงินสดหรือการกู้ยืมจากสถาบันการเงินการอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนดังกล่าวสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของธุรกิจและการสร้างมูลค่าที่เกิดขึ้นจากธุรกิจก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐอเมริกา (US Closed-Loop Gas Business) ผ่านแนวทางการบริหารจัดสรรเงินทุนอย่างมีวินัย มุ่งสร้างมูลค่าในระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้นควบคู่ไปกับการลงทุนในโอกาสการเติบโตที่มีศักยภาพสูง จึงเรียนมาเพื่อทราบและเผยแพร่ข้อมูลให้แก่นักลงทุนโดยทั่วกัน

GULF เผย COD โรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ 2 โครงการ-กำลังผลิต 109.7 MW
อ่าน

GULF เผย COD โรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ 2 โครงการ-กำลังผลิต 109.7 MW

#GULF #ทันหุ้น-บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด(มหาชน) หรือ GULF แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯว่า เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 2568 กลุ่มบริษัทย่อยซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้นทางอ้อมผ่านบริษัท กัลฟ์ รีนิวเอเบิล เอ็นเนอร์จี จำกัด (“GRE”) ในสัดส่วน100% ได้เปิดดeเนินการเชิงพาณิชย์ หรือ COD สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จำนวน 2 โครงการ รวมกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 109.7เมกะวัตต์หรือ MW (กำลังการผลิตติดตั้ง 145.0เมกะวัตต์) และได้จ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(“กฟผ.”) เป็นที่เรียบร้อยแล้วทั้งนี้ โครงการดังกล่าวอยู่ภายใต้การดำเนินงานของบริษัทดังต่อไปนี้1.บริษัท แสงพัฒน์ พลังงาน จำกัด (“SPP”) เป็นผู้ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน(solar farm)กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 58.7 เมกะวัตต์ (กำลังการผลิตติดตั้ง 77.0 เมกะวัตต์) ตั้งอยู่ในจังหวัดอุตรดิตถ์ ทางภาคเหนือของประเทศไทย และอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 500 กิโลเมตร2.บริษัท ไทยพัฒน์ โซล่าร์ จำกัด (“TPS”) เป็นผู้ดำเนินโครงการ solar farm กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 51.0 เมกะวัตต์ (กำลังการผลิตติดตั้ง 68.0 เมกะวัตต์) ตั้งอยู่ในจังหวัดสุรินทร์ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย และอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 450 กิโลเมตรโครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนภายใต้กลุ่ม GRE ที่ได้รับการคัดเลือกตามระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานว่าด้วยการจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) ปี 2565 – 2573 สำหรับกลุ่มที่ไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง ซึ่งมีกำหนดทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ระหว่างปี 2567 – 2573 โดยมีอัตราจำหน่ายไฟฟ้าที่ 2.1679 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง ตลอดอายุสัญญาการซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟผ. เป็นระยะเวลา 25 ปีโดยการรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการดังกล่าวจะช่วยลดความผันผวนจากราคาเชื้อเพลิง และช่วยแบ่งเบาภาระของประชาชนทั้งในภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรมให้ได้ใช้ไฟฟ้าในราคาที่เหมาะสมตลอดอายุสัญญา เนื่องจากโครงการดังกล่าวมีราคาขายไฟฟ้าที่ต่ำกว่าราคาค่าไฟเฉลี่ยในปัจจุบันนอกจากนี้ การพัฒนาโครงการดังกล่าวยังสอดคล้องกับนโยบายของประเทศและนโยบายของบริษัทฯ ในการผลักดันการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas Emissions) และมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์(Net Zero Emissions) ภายในปี 2593 ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดเพื่อเสริมสร้างสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนและสนับสนุนการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศสำหรับปี 2567 มีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้วจำนวน 5 โครงการขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 295.0 เมกะวัตต์ (กำลังการผลิตติดตั้ง 531.8 เมกะวัตต์) ในขณะที่ปี 2568 มีกำหนดทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มเติมอีก 7 โครงการ รวมกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 354.3 เมกะวัตต์ (กำลังการผลิตติดตั้ง 596.8 เมกะวัตต์)โดยในจำนวนนี้มี 5โครงการ รวมกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 233.3เมกะวัตต์ (กำลังการผลิตติดตั้ง 308.0 เมกะวัตต์) ที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้วเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะที่อีก 2 โครงการจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในวันที่ 31 ธันวาคม 2568

ลิสต์เด็ดปลายปี! ส่องหุ้นขึ้น XD ชุดใหญ่
อ่าน

ลิสต์เด็ดปลายปี! ส่องหุ้นขึ้น XD ชุดใหญ่

#ทันหุ้น - รวบปฏิทิน XD 8–11 ธ.ค.68 หุ้น-กองรีทส์คึกคัก เตรียมรับปันผลปลายปีสรุปความเคลื่อนไหวกิจการจดทะเบียนที่แจ้งขึ้นเครื่องหมาย XD ต่อ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ระหว่างวันที่ 8–11 ธันวาคม 2568 (ข้อมูล ณ 3 ธันวาคม 2568) นักลงทุนเตรียมจับตาหุ้น–กองรีทส์หลายตัวทยอยประกาศจ่ายผลตอบแทนปลายปี โดยมีรายการเด่นดังนี้ วันที่ 8 ธันวาคม 2568BAC03 – XD เบื้องต้น 0.014628 บาท/หน่วยBDX06 – XD เบื้องต้น 0.01128 บาท/หน่วยBKNG03 – XD เบื้องต้น 0.004118 บาท/หน่วยBKNG80 – XD เบื้องต้น 0.00619 บาท/หน่วยGOOG80 – XD เบื้องต้น 0.00339 บาท/หน่วยGOOGL01 – XD เบื้องต้น 0.0046 บาท/หน่วยGOOGL03 – XD เบื้องต้น 0.002709 บาท/หน่วยNDAQ06 – XD เบื้องต้น 0.00868 บาท/หน่วยSIA19 – XD เบื้องต้น 0.1965 บาท/หน่วยTFFIF – XD 0.1140 บาท/หุ้นTIDLOR – XD 0.34 บาท/หุ้นUNH19 – XD เบื้องต้น 0.0302 บาท/หน่วย วันที่ 9 ธันวาคม 2568GVREIT – XD 0.1825 บาท/หุ้นHPF – XD 0.133 บาท/หุ้นMII – XD 0.1623 บาท/หุ้นMNIT – XD 0.0330 บาท/หุ้นMNIT2 – XD 0.09 บาท/หุ้นMNRF – XD 0.03 บาท/หุ้นM-STOR – XD 0.110 บาท/หุ้น วันที่ 11 ธันวาคม 2568ABFT – XD 20.00 บาท/หุ้น AOT – XD 0.81 บาท/หุ้นLENOVO13 – XD เบื้องต้น 0.01757163 บาท/หน่วย